ค้นหาหนัง

American Assassin | อหังการ์ ทีมฆ่า

American Assassin | อหังการ์ ทีมฆ่า
เรื่องย่อ : American Assassin | อหังการ์ ทีมฆ่า

มิทช์ CIA หนุ่มที่สูญเสียแฟนสาวไปจากการจู่โจมของผู้ก่อการร้าย จากความโศกเศร้าเปลี่ยนให้เป็นความมุ่งมั่น เขาได้เข้าร่วมหน่วยปฏิบัติการลับภายใต้การนำของอดีตทหารมากประสบการณ์จากสมัยสงครามเย็น สแตน เฮอร์ลีย์ ทั้งสองถูกมอบหมายโดยรอง ผอ.CIA ให้ทำการสอบสวนคดีลอบโจมตีที่มีเป้าหมายทั้งทหารและพลเรือน ในที่สุดก็พบเบาะแสก่อให้เกิดภารกิจที่ต้องร่วมมือกับสายลับตุรกี แอนนิกา เพื่อหยุดยั้งวายร้ายปริศนาที่ต้องการเริ่มสงครามโลกครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง

Tags: Action / Thriller

IMDB : tt1961175

คะแนน : 8



มิตช์ แรปป์ เป็นอีกหนึ่งสายลับในโลกวรรณกรรมที่ถือกำเนิดในรูปแบบนิยายมาตั้งแต่ปี 1999 ผลงานเขียนของวินซ์ ฟลินน์ ชาวอเมริกัน เขาเขียนวีรกรรมของมิตช์ ออกมาแล้วถึง 12 เล่ม มากกว่าแจ๊ค ไรอัน ที่ออกมา 9 เล่ม (แจ๊ค ไรอัน จูเนียร์ อีก 13 เล่ม) แต่น้อยกว่า แจ๊ค รีชเชอร์ ที่ออกมาแล้วถึง 22 เล่ม (โลกสายลับนี่ซื่อซ้ำ ๆ กันนะ เจมส์ กะ แจ๊ค) นิยายซีรีส์ของมิตช์ แรปป์ประสบความสำเร็จต่อเนื่องอย่างสูง ทุกเล่มจะติดอันดับนิยอร์คไทม์เบสต์เซลเลอร์ และไม่เสื่อมความนิยมแม้จะมีอายุเกือบ 20 ปี โดยเฉพาะ 3 เล่มหลังสุดขึ้นถึงอันดับ 1 ทุกเล่มทำยอดขายรวมกันกว่า 20 ล้านเล่ม จึงเป็นเรื่องน่าแปลกว่าทำไมมิตช์ แรปป์ ถึงใช้เวลาเกือบ 20 ปี กว่าจะก้าวเข้าสู่โลกภาพยนตร์

หนังดัดแปลงเรื่องราวสะเทือนใจจากเดิมไปนิด ในนิยายแฟนสาวตายในเหตุวางระเบิดเครื่องบิน มาเป็นเหตุกราดยิงหมู่บนหาดทราย แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ก็สร้างผลกระทบต่อจิตใจได้รุนแรงดีกว่า ให้มิตช์ ได้เห็นภาพแฟนสาวตายไปต่อหน้าต่อตา ทำให้เขาระเบิดความแค้นออกมาด้วยการฝึกฝนการต่อสู้ทุกรูปแบบ มีจุดมุ่งหมายเพื่อตามล่าหัวหน้าหน่วยก่อการร้ายชาวมุสลิม มิตช์แทรกซึมจนเข้าถึงหัวหน้าหน่วยก่อการร้ายมุสลิม วีรกรรมของเขารู้ไปถึงCIA ก็เลยใช้ประโยชน์จากมิตช์ ด้วยการตามรอยเขาไปจนถึงที่กบดานของผู้ก่อการร้าย หนังวางพลอตเริ่มต้นมาได้แข็งแรงชวนติดตามมากกับการล้างแค้นของมิตช์ แต่แล้วก็ขมวดจบเรื่องราวการล้างแค้นเสียตั้งแต่ต้นเรื่อง มิตช์ ถูกหว่านล้อมให้เข้าCIA ถูกส่งไปฝึกกับ สแตน ครูฝึกจอมโหดประจำ CIA และกลายเป็นศิษย์เอก

หลังจากศิษย์และอาจารย์เผชิญหน้ากันไม่นาน ก็เดินเข้าสู่โหมดหนังสายลับรูปแบบเดิม ๆ เป๊ะ เหมือนอย่างที่เราดูกันมาแล้วนับสิบเรื่อง ผู้ก่อการร้ายชิงพลูโตเนียมมาจากรัสเซีย ประกาศขายทอดตลาดให้ใครก็ได้ซื้อไปทำนิวเคลียร์ สแตนและมิตช์ ถูกมอบหมายให้ยับยั้งแผนการนี้ก่อนที่พลูโตเนียมจะกลายเป็นนิวเคลียร์มาถล่มสหรัฐ เนื้อหาจากนี้เต็มไปด้วยฉากเดิม ๆ ในหนังสายลับ ตามรอยคนขายพลูโตเนียมไปหลาย ๆ ประเทศ ร่วมมือกับสายลับท้องถิ่น สืบเบาะแสจากเพื่อนเก่าในวงการ หนอนบ่อนไส้ในทีม และฉากโดนจับทรมาน แต่ในภาพที่ซ้ำซาก ก็มีจุดที่ช่วยพยุงหนังไว้ได้ คือตัวตนของมิตช์ แรปป์ ที่ถูกบรรยายออกมาให้แตกต่างจากบรรดามือสังหารรุ่นพี่ทั้งหลาย  มิตช์เป็นมือสังหารไฟแรง ด้วยความที่ยังหนุ่มแน่นและมีความแค้นส่วนตัว ทำให้มิตช์มีความมุทะลุ มีเลือดบ้ารุนแรง ไม่เคยฟังหัวหน้า เชื่อมั่นในสัญชาติญาณตัวเอง แต่ด้วยความเก่งและเป็นลูกรักของไอรีน รองผู้บัญชาการCIA ก็เหมือนมีคนให้ท้ายตลอดเวลา

และด้วยลูกบ้าของมิตช์นี่แหละ ทำให้หนังเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว ฉากแอ็คชั่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ถูกประเคนมาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีฉากตัวละครพูดคุยจิ๊จ๊ะกันมากจุดเด่นอีกอย่างของ American Assassin ก็คือฉากต่อสู้ประชิดตัว ทั้งดีแลน และ ไมเคิล ต่างก็เล่นได้รุนแรงสมจริง ประยุกต์สิ่งของรอบตัวมาเป็นอาวุธ ในขณะที่บทนำวางนักแสดงมาได้ลงตัว แต่กับเทย์เลอร์ คิตช์ ในบทโกสต์ หลังจากได้โอกาสเป็นพระเอกมาหลายเรื่องแล้วก็ไม่เกิด เทย์เลอร์ ก็ขอลองเป็นตัวร้ายดูสักครั้งสิ  แต่ผลลัพธ์ก็ไม่เวิร์คนะครับ ด้วยสรีระเทย์เลอร์ ดูเป็นอดีตทหารมากประสบการณ์ได้ แต่ในฐานะตัวร้ายสุดของเรื่องเทย์เลอร์ไม่มีความน่ากลัวเลย การปรากฏตัวแต่ละครั้งไม่รู้สึกถึงรังสีอำมหิต ยิ่งฉากเผชิญหน้ากับไมเคิล คีตัน นี่ด้อยมาก ข่มบารมีคีตันไม่ลงเลย เมื่อตัวร้ายไม่น่ากลัว ก็เลยทำให้บรรยากาศของหนังไม่ระทึกเท่าที่ควร นี่ขนาดมีระเบิดลูกโตอยู่ในมือนะ ห่างชั้นสิบเท่ากับความน่ากลัวของ เดนนิส ฮอปเปอร์ใน Speed ที่มีแค่ระเบิดลูกเล็ก ๆ ในรถเมล์ แต่ท้ายที่สุดหนังก็พาเราไปสู่จุดตูมตามในไคลแมกซ์ได้น่าพอใจ แต่ไม่ใช่เพราะการแสดง แต่เป็นเพราะภาพสเปเชี่ยลเอฟเฟกต์ที่ทำออกมาได้ใหญ่โต ก็ถือว่าเป็นการใช้ทุนสร้างเพียง 33 ล้านได้คุ้มเงินนะ

มิตช์ แรปป์ น่าจะหาช่องให้ตัวเองแจ้งเกิดในฐานะมือสังหารอีกคนบนโลกฮอลลีวู้ดได้สำเร็จนะ เป็นหนังสายลับอีกเรื่องที่ดูสนุก แอ็คชั่นโหด ๆ แรง ๆ จัดมาต่อเนื่อง เดินเรื่องเร็ว ไคลแมกซ์เวอร์วัง ดารานำสอบผ่าน น่าจะได้เห็นวีรกรรมภาคต่อไป ของมิตช์ แรปป์ละครับ