ค้นหาหนัง

Bring It On: Worldwide #Cheersmack | สาวเชียร์เท้าไฟ หัวใจวี้ดบึ้ม 2

Bring It On: Worldwide #Cheersmack | สาวเชียร์เท้าไฟ หัวใจวี้ดบึ้ม 2
เรื่องย่อ : Bring It On: Worldwide #Cheersmack | สาวเชียร์เท้าไฟ หัวใจวี้ดบึ้ม 2

เมื่อ Destiny กัปตันแชมป์ระดับประเทศ 3 สมัย "The Rebels" ถูกท้าให้ประลองฝีมือระดับโลกโดยทีมใหม่สุดล้ำชื่อ "The Truth" Cheer Goddess จัดการต่อสู้เสมือนจริงสำหรับทีมจากทั่วทุกมุมโลก ดูเหมือนว่าคนทั้งโลกต้องการกำจัด Destiny และทีมของเธอ และพวกเขาอาจจะประสบความสำเร็จ เว้นแต่ Destiny จะลุกขึ้นมาท้าทาย แยกอัตตาของเธอออกไป และค้นหาว่าใครคือเพื่อนแท้ของเธอ

Tags: Comedy / Romance / Sport

IMDB : tt7014110

คะแนน : 1



เนื้อเรื่องมันเข้าสูตร “สู้เพื่อฝัน” ที่ตัวเองต้องมีฝัน อยากทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ แต่เนื่องจากความฝันมันไม่เคยง่าย เขาหรือเธอเลยต้องสู้ ต้องพยายาม หนังก็เดินเรื่องบนพล็อตนั้นแหละครับ แต่การเดินเรื่องมันออกแนวเรื่อยๆ ดาราก็เรื่อยๆ สุดท้ายทุกอย่างมันเลยเรื่อยๆ และราบๆ ไปในที่สุด

ยิ่งมาดูเรื่องนี้หลังจากดู Let’s Go Jets ก็ยิ่งไปกันใหญ่เลยครับ คนละลีคคนละลู่โดยสิ้นเชิง เรื่องนั้นมันเจ๋ง สนุก ประทับใจกว่ากันมาก ทั้งที่เรื่องราวมันว่าด้วยการตามฝันของเชียร์ลีดเดอร์เหมือนกัน แต่การนำเสนอ การเล่าเรื่อง และอะไรหลายๆ อย่างมันต่างกันจริงๆ

ระหว่างดูก็คิดน่ะครับ ว่านี่เป็นหนังของค่าย Universal ที่ชอบทำหนังภาคต่อลงแผ่นโดยแกะความสำเร็จจากหนังต้นฉบับ นอกจากเรื่องนี้ก็ยังมีพวก American Pie, Dragonheart, The Scorpion King และอีกหลายเรื่อง แต่คุณภาพสู้ภาคแรกไม่ได้ ส่วนใหญ่ทำออกมาป้อนตลาดเป็นหลัก

ที่ผมคิดถึงเรื่องนี้ก็เพราะ ในบางโมเมนท์ของหนังมันทำให้ผมนึกถึง Pitch Perfect ครับ นี่ยังคิดเลยว่าพอ PP จบภาค 3 แล้ว จะมีการทำภาคต่อลงแผ่นออกมาแบบนี้ไหมเนี่ย… สารภาพว่าแอบกลัวเหมือนกันน่ะนะครับ เพราะรู้เลยว่าถ้าทำเนี่ย มันยากจะออกมาดีได้จริงๆ

แต่ผมก็พอเข้าใจน่ะนะครับ ทำหนังมันคือทำธุรกิจ โดยหลักมันก็ต้องหวังกำไร ต้องทำให้บริษัทอยู่ได้ เพียงแต่ในใจลึกๆ ก็มีคำถามน่ะครับว่า มันจะเป็นไปได้ไหมหากธุรกิจกับการทำหนังให้ออกมาดี ออกมาสนุก มันจะไปด้วยกันได้ แบบไม่ต้องเลือกทางใดทางหนึ่งแบบสุดทาง ประเภทถ้าหวังกำไร แต่ลืมคุณภาพ หรือเน้นคุณภาพ แต่หนังไม่มีใครดู อะไรแบบนี้น่ะครับ

แล้วเราก็กลับมาที่หนังอีกครั้ง จริงที่หนังไม่ได้เด็ดเท่าภาคก่อนๆ แต่สาระชวนคิดก็ยังเก็บไปคิดได้ครับ อย่างแรกเลยคือเวลาเราจะทำอะไรนั้น มันต้องมีอุปสรรคเสมอ อันนี้เราต้องตั้งท่ารอรับได้เลยครับ อย่าคิดว่าทุกอย่างมันจะชิลล์ ขอเพียงเราไม่ประมาท ทำอะไรด้วยสติ และรู้จักชะลอตัวเองบ้างยามเจอปัญหา อย่าใจร้อน เท่านี้มันก็จะบรรเทาความหนักของอุปสรรคที่เจอไปได้ในระดับหนึ่ง

อีกอย่างคือ เราต้องเปิดใจยอมรับคนอื่นๆ บ้างครับ อย่าคิดว่าเราเก่งสุด อย่าคิดว่าความคิดของเราจะดีที่สุด เราต้องลองรับฟังความเห็นมุมอื่นๆ บ้าง เพราะบางครั้งคนอื่นก็จะเห็นในสิ่งที่เราพลาดไป ซึ่งนั่นจะทำให้เราทำอะไรได้ตรงเป้ายิ่งขึ้นกว่าเดิม

หนังสนุกหรือไม่ก็เรื่องหนึ่งครับ แต่หากเราได้อะไรติดหัวกลับมาหลังดูเสร็จ ก็ถือว่าเราได้กำไรครับ