ค้นหาหนัง

Eternals ฮีโร่พลังเทพเจ้า

เรื่องย่อ : Eternals ฮีโร่พลังเทพเจ้า

Eternals มาถึงคิวของหนังเรื่องที่ 3 ในปีนี้ของ มาร์เวล สตูดิโอ ที่เป็นประเดิมเปิดตัวซูเปอร์ฮีโร่กลุ่มใหม่ขึ้นมาประดับจักรวาลอีกชุดใน "Eternals" (ฮีโร่พลังเทพเจ้า) ที่มาพร้อมกับทีมนักแสดงที่หน้าตื่นตาตื่นใจ ถึงจะต้องยอมรับว่าโครงเรื่องของหนังยังไม่ค่อยอธิบายได้ชัดแจ้งเห็นจริงมาในการโปรโมตของหนัง ทำให้ยังมองภาพไม่ค่อยออกเท่าไหร่นัก จนกระทั่งต้องมาดูกับตาตัวเองก็ได้พบกับความว้าวที่แสนลึกซึ้ง แต่ตัวหนังกลับไม่ค่อยออกรสชาติ... Eternals เป็นเรื่องราวของกลุ่ม The Eternals ที่ถูกสร้างขึ้นโดย เซเลสเทียล เผ่าพันธุ์เทพแห่งจักรวาลอายุนับล้านปี พวกเขาได้ถูกส่งให้เดินทางมายังโลกมนุษย์ และได้แฝงตัวอาศัยอยู่อย่างลับๆ มานานกว่า 7,000 ปี แต่แล้วพวกเขาก็ต้องออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งเพื่อปกป้องโลกจาก ดีเวียนต์ คู่ปรับตลอดกาลที่ถูกสร้างขึ้นจากเซเลสเทียลเช่นเดียวกัน

IMDB : tt9032400

คะแนน : 7



อาจจะต้องบอกผู้อ่านทุกๆ คนอย่างสัตย์จริงเลยว่า Eternals เป็นหนังมาร์เวลที่แตกต่างไปจากหนังมาร์เวลเรื่องอื่นๆ ก่อนหน้านี้แทบจะทั้งหมด เหมือนเป็นความพยายามละเลงจัดวิธีการนำเสนอและเล่าเรื่องในแบบที่ซอฟต์ลงหน่อย แต่องค์ประกอบต่างๆ ก็ยังถูกใส่มาจัดจ้าน จึงทำให้ตอนนี้ได้คลายความสงสัยแล้วว่า ทำไมมาร์เวลถึงเลือกผู้กำกับหญิงรางวัลออสการ์ "โคลอี้ เจา" มาทำหนังเรื่องนี้ ก็เพราะว่า...น่าจะมีแค่เธอในตอนนี้ที่ทำแบบนี้ได้ถึง

หากคุณเป็นแฟนหนังมาร์เวลตัวยง ที่หวังจะมาดูฉากต่อสู้เจ๋งๆ หรือฉากประกอบร่าง Assemble ของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ คงต้องบอกว่า...คุณน่าจะผิดหวัง เพราะ Eternals มาพร้อมกับการเป็นหนังที่ชูเสน่ห์และความโดดเด่นในด้านเส้นเรื่องที่เลือกจะแตะต้องกับสัมผัสเข้าถึงในด้านความเป็นมนุษย์ของปุถุชนในทิศทางนั้นมากกว่า จึงทำให้หนังความยาว 2 ชั่วโมงกว่าๆ นั้น ดำเนินไปแบบ...เรื่อยๆ

แม้ว่าจะมีตัวละครใหม่มาให้แนะนำอยู่หลายตัว แต่ Eternals กลับเลือกวิธีการเล่าเรื่องแบบสลับไปสลับมา อดีตกับปัจจุบันที่ดูจะเป็นเส้นเรื่องที่ต้องปรับตัวและทำความเข้าใจกับไทม์ไลน์ในบางช่วงบางตอน ทำให้การเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ทำให้ตัวหนังค่อนข้างจืดชืดไปเกือบตลอดทาง แต่ระหว่างทางก็ยังถือว่ามีความน่าสนใจ ด้วยการประกอบเรื่องราวโยงเข้ากับเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์โลกในหลายๆ ยุค ที่ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีที่หนังนำมาผนวกเข้าไว้

ในหนังมาร์เวลเรื่องนี้จะสัมผัสได้เห็นลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของ โคลอี้ เจา ปะปนอยู่ไปตลอดทั้งเรื่อง โดยเฉพาะสไตล์การเล่าเรื่องที่มักจะใช้อารมณ์และท่าทางของตัวละครสื่อสารออกเป็นภาพ จึงทำให้กลายเป็นที่มีมุมมองที่ต่างไปจากวิถีเดิมๆ ของมาร์เวลอย่างชัดเจน หนังมีความเป็นดราม่าเยอะหน่อย แต่ไม่ถึงกับดราม่าจัดๆ อะไรขนาดนั้น เพราะเป็นดราม่าแบบมีที่มาที่ไปอย่างสมเหตุสมผล