ค้นหาหนัง

Lucky Number Slevin สเลวิ่น มือใหม่หัดเก็บ

Lucky Number Slevin สเลวิ่น มือใหม่หัดเก็บ
เรื่องย่อ : Lucky Number Slevin สเลวิ่น มือใหม่หัดเก็บ

ชีวิตของ สเลวิน (จอช ฮาร์ทเน็ตต์) กำลังตกอยู่ในความสับสน เมื่อบ้านของเขาถูกยึดและแฟนสาวก็เดินจากไปพร้อมกับชายหนุ่มคนใหม่ แต่นั่นยังไม่นับว่าแย่พอสำหรับเขา จนกระทั่งเมื่อเขาเอ่ยปากขอยืมอพาร์ทเมนท์ในนิวยอร์คเพื่ออยู่อาศัยชั่วคราวจากเพื่อนชื่อ นิค ฟิชเชอร์ (แซม เจเกอร์) เพราะหวังจะหลีกลี้จากปัญหาสารพันเพื่อที่จะพบในเรื่องร้าย ๆ ในเวลาต่อมาจากการที่จู่ ๆ นิคก็หายตัวไป ทิ้งให้เขาต้องเผชิญปัญหาแต่เพียงลำพังในมหานครที่เต็มไปด้วยอันตรายจากเหล่าอาชญากรและมาเฟียจอมโหด

IMDB : tt0425210

คะแนน : 10



หนังเรื่องนี้จริงๆ ผมอยากดูมานานแล้ว แต่หนังโดนเลื่อนซะนานมากๆ จนกระทั่งไม่มั่นใจ ว่าจะไป โหลดบิตมาดูจะดีมั๊ย แต่โชคยังเข้าข้างหนังได้ฉายก่อนที่ปี 2006 จะหมดไป และที่ดีก็คือช่วงเวลาที่ผมเอง จะไปดูก็ว่างไปดู ก็สะดวกพอดีจึงเลือกไปดูเรื่องนี้ ที่จริงผมอยากดูตั้งแต่สมัยที่เรื่องฉายในเทศกาล Sundance แล้วแหละ เพราะเป็นหนังเรื่องนึงที่ถูกพูดถึงอย่างมากในเทศกาลนี้ครั้งที่ผ่านมา และก็ตัว ผกก.เอง ก็เป็นแรงจูงใจที่ทำให้ผมไม่อยากพลาดเรื่องนี้ ในโรงแน่ๆ

.... เรื่องราวของหนังก็เล่าเรื่องแบบผลงานเก่าๆของผกก.คนนี้ อย่าง Wicker Park ที่เปิดเรื่องให้คนดูได้ เข้าใจในสิ่งที่เห็นไปก่อน และก็ต้องใช้เวลาดำเนินเรื่องไปอีกนิด ถึงจะบอกรายละเอียดเพิ่มเติมให้คน เข้าใจ และพอให้มาถึงตอนกลางของเรื่อง หนังก็จะเริ่มเฉลยอะไรบางอย่าง ที่เป็นยิ่งกว่าคนดูจะเข้าใจ เสียอีก นั่นคือวิธีการดำเนินเรื่องแบบที่ Paul Mcguigan ใช้อยู่บ่อยๆในหนังของเขา และก็ยอมรับว่าใน รายละเอียดเล็กๆที่อยู่ในหนังนั้น ควรจะสังเกตุและควรจะจดจำหน่อย เพราะมิฉนั้นคุณจะไม่รู้ว่า มัน
เกี่ยวข้องกันอย่างไร ในเหตุการณ์ต่อเหตุการณ์

.... เริ่มเรื่องก็เปิดฉากในการฆ่าถึง 2 เหตุการณ์กันก่อน เพื่อให้เห็นและให้ตนดูเข้าใจว่า นี่เป็นฉากเปิดตัวของ ตัวละครของ Bruce Willis ในเรื่อง ที่มีนามว่า Goodkat ซึ่งตัวละครเขาเอง ก็ถูกเล่ามาแบบสไตล์ นักฆ่าในประเภทแบบนี้ทั่วๆไป จนกระทั่งถึงการสังหารของชายคนนึงในสนามบินแห่งนึง ซึ่งเขาเองก็ คนไม่ฆ่าชายคนนี้ในแบบทั่วๆไปแน่ๆ แต่มันก็ต้องมีวิธีการที่จะต้องทำแบบแตกต่างกัน นั่นคือการเล่า เรื่องโศกนาศตกรรมของครอบครัวบ้านนึง ที่ต้องถูกสังหารหมู่พร้อมๆกัน อย่างเลือดเย็นและทารุณ และ
เรื่องราวของการโกงม้าแข่งเสียด้วย ซึ่งนั่นเป็นประเด็นนึงที่ทำให้คนดูคิดว่า มันจะต้องมีอะไรไปเชื่อมโยงบางสิ่งที่กำลังรออยู่ในหนังแน่ๆแหละ

.... เมื่อการปูเรื่องราวของ Goodkat จบลง ก็มาถึงตัวเอกของเรื่องตามที่ตัวอย่างหนังได้บอกไป ซึ่งเขา คนนี้ กำลังตกอยู่ในความสับสน เมื่อบ้านของเขาถูกยึด และแฟนสาวก็เดินจากไป พร้อมกับชายหนุ่ม คนใหม่ และตอนนี้เขาเองจะต้องมาเจอเรื่องซวยอีกเรื่องนึงที่เขาไม่คิดว่าจะเจอ ชายคนนี้มีชื่อว่า Slevin เมื่อเขาเอ่ยปาก ขอยืมอพาร์ทเมนท์ในนิวยอร์คเพื่ออยู่อาศัยชั่วคราว จากชายที่ชื่อ Nicke Fisher เพราะหวัง จะหลีกลี้จากปัญหาสารพัน เพื่อที่จะพบในเรื่องร้ายๆ ในเวลาต่อมาจากการที่จู่ๆ Nick ก็หายตัวไป ทิ้งให้
เขาต้องเผชิญปัญหาแต่เพียงลำพัง ในมหานครที่เต็มไปด้วยอันตราย จากเหล่าอาชญากรและมาเฟียจอม โหด ซึ่งแก๊งที่เขาเองต้องไปพัวพันด้วย ก็คือ The Rabbi และ The Boss ที่ครั้งนึงเคยเป็นแก๊งกลุ่ม เดียวกัน และก็มามีการเข้าใจผิดจึงต้องแยกกันเป็นศัตรู เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายคิดว่า Slevin คือ Nick Fisher ซึ่งตัว Fisher เองก็ไปติดหนี้กับ 2 แก๊งค์นี้เอาไว้ จึงทำให้ความซวยต้องมาเกิดขึ้นกับเขา แต่ว่าทั้ง 2 ฝ่าย ก็มีตัว แปลที่เหมือนกันซะด้วย และใช้นามของตัวเองว่า Smith

.... ขณะเดียวกันในอพาร์ทเมนท์ของ Nick Fisher สาวหมวยผู้อาศัยอยู่ข้างห้องของ Nick และ Slevin คือ Lindsey ก็มาขอตีซี้กับเขา และเมื่อ Slevin จึงจำใจต้องเข้าร่วมขบวนการของทั้ง 2 ฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้ ท่ามกลางการจับตามองอย่างใกล้ชิดของ Brikowski สายลับฝีมือล้ำเลิศ ที่เฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของ มาเฟียทั้ง 2 แก๊งอยู่ ที่สำคัญเมื่อ Slevin เข้ามาอยู่ในแก๊งนานวันเข้า ทำให้เราได้เข้าใจอะไรบางอย่างว่า มี อะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับ Slevin แน่ๆ และเหมือนเราจะรู้ว่า แท้ที่จริง Slevin คือใครบาง คนเป็นมากกว่าคนที่เราคิดว่าเขาจะเป็นเสียอีก

แน่นอนการกำกับ ของหนัง Paul Mcguigan หนังของเขาส่วนใหญ่แล้ว มันจะเกี่ยวกับเรื่องของการเข้าใจ ของคนดูเป็นหลักด้วยกับสิ่งที่คนดูเข้าใจจริงๆ และสิ่งที่คนดูเห็นและก็น่าจะจดจำดีๆ กับอะไรเล็กน้อย ซึ่งแน่นอนมันต้องมีการเชื่อมต่อที่จะเกิดขึ้นกับหนังของเขาแน่ๆ เช่นเดียวกับ Wicker Park ที่ทุกๆอย่าง ที่คุณเห็นตั้งแต่ต้นเรื่อง จนถึง Climax เรื่อง ล้วนแล้วเป็นสิ่งที่สำคัญสุดๆในหนัง ใน Lucky Number Slevin เป็นเหมือนกัน แต่ในเรื่องนี้อาจจะเน้นที่การเชื่อมโยงและเชื่อมเข้าหากันมากกว่า

เพราะหนังมีการเปลี่ยนแนวในอารมณ์ของมันอยู่ในตัวแบบไม่คาดคิด แน่อยู่แล้วผกก.คนนี้ชอบหลอก คนดูตั้งแต่ได้ดูตัวอย่างหนังแล้ว ไม่ว่าจะ Wicker Park หรือเรื่องนี้ ก็จะเปลี่ยนในตัวหนังเองมาตลอด ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่คาดคิดจริงๆ ว่าเราจะได้ดูหนังฟอร์มดีจากหนังเรื่องนี้ในตัวของมันเอง เพราะว่าบทหนัง แตกประเด็น แปลกแยกเป็นเสี่ยงในตัวเรื่องเอง ได้ทำให้คนได้เข้าใจในอีกมุมมองว่า มันเป็นเรื่องที่คุณ อาจจะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจหน่อย เมื่อพออีกเรื่องราวหนึ่งในหนังได้เปิดเผย คุณจะร้องว้าวเลยทันที
ว่า "เออ คิดได้ไงวะ" ฉนั้นผลงานที่ผ่านมาของ Paul Mcguigan ก็คงไม่ต่างอะไรไปมากกับผลงานของ ผกก.อังกฤษเชื้อสายเดียวกับเขา หลายคนก่อนหน้าเขา ไม่ว่าจะ Guy Ritchie หรือ Matthew Vaghs หรือ แม้กระทั่ง Christopher Nolan ก็ตาม ถึงแม้ว่าคุณภาพของเขาอาจจะยังไม่ถึงระดับนั้นก็ตาม แต่เขาก็ได้ โชว์ฝีมือของเขามาพอสมควรแล้วเช่นเดียวกัน จึงมิอาจปฏิเสธว่า Lucky Number Slevin อาจเป็นผลงาน เรื่องเยี่ยมเรื่องนึงที่เขาได้ทำมาเลยก็ได้

และเมื่อหนังเปลี่ยนจากแนว Action - Comedy มาเป็นหนัง Cult พันธุ์ดีแบบนี้ ก็เปรียบเสมือนรสชาติของ เหล้าเก่าๆ ที่ยังลมุนลไมอยู่ ถึงแม้ว่าหลังๆอาจจะมีคนทำหนังแบบนี้มาเบาอยู่แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ว่าเรา จะปิดโอกาสให้กับ Lucky Number Slevin ได้แสดงพลังกับเขาบ้าง หนังทำได้ดีพอสมควรต้องขอชื่นชม

ถึงช่วงจุดเฉลยของหนัง พระเอกอาจจะเหมือนกับ เรื่องซามูไรพ่อลูกอ่อน ก็ตาม แต่คิดว่ายี่เป็นทางออก ของหนังที่ทำได้น่าตลึงอยู่พอสมควรจริงๆ เราได้เข้าใจว่าสิ่งที่ Slevin ได้ทำไปทั้งหมดแล้วว่า เขาต้อง การจะให้เป้าหมายของเขาลุล่วง เพราะสิ่งที่เขาจะต้องถูกพบมาตั้งแต่เด็ก สิ่งที่เขาจะต้องประสบมาตลอด ล้วนแล้วถูกพรากทุกสิ่งมาเกือบจะหมดไปเลย เพราะว่าเขาเองแค่ต้องการที่จัดการคนที่พรากชีวิตคนที่ เขารักที่เขาเคยมี ครอบครัวที่เขาสูญเสียไปนั้น ต้องจะให้พวกที่ทำอย่างนั้นกับเขาได้รับผลกรรมอย่าง ทรมาน และเหมือนตกนรกทั้งเป็น ด้วยการสูญเสียแบบที่เกิดขึ้นกับเขาไปสู่พวกมัน

ฉนั้นการที่ Goodkat สมัยที่ตัวเขาเองยังทำงานให้กับ Boss และ Rab-bi ตอนที่ยังเป็นพวกเดียวอยู่นั้น เขาก็คิดว่า สิ่งที่เขาทำไปมันผิดไปหมด และหน้าที่ที่เขาจะต้องฆ่าเด็กคนนึง มันเป็นสิ่งที่ผิดมหันต์ ฉนั้นตัว เขาก็ยังรู้ตัวเองว่า ยังมีคุณธรรมอยู่ ฉนั้นเขาจึงขอที่จะไว้ชีวิต Slevin น้อย เพื่อให้ Slevin ได้แก้แค้นกับ คนที่พรากชีวิตคนรักของเขาไป และทำให้ต้องกำพร้าแบบนี้ และแน่นอนการที่เขาสอน Slevin ให้ฆ่ามันต้องมีคุณธรรมอยู่ในตัวด้วย

แน่นอนเมื่อความแค้นที่เขาได้ชำรับไปกับ Boss และ Rabbi แล้วนั้น แล้วเจ้า Brikowski ที่มาตามก่อกวน ล่ะจะเอายังไงกับมันดี แหม ก็คงเป็นหน้าที่ของผกก.เนี๊ยแหละ ว่าจะแต่งเรื่องให้หมอนี่ไปเชื่อมต่อกับ Slevin ยังไงดี ก็คงให้มันไปเป็น 1 ในสมุนของไอ้ 2 คนนั้นเลยดีกว่า จะได้ดูสมเหตุสมผลหน่อย

เป็นหนังที่ดีมากๆเรื่องนึงครับ ไม่ได้แย่อะไรเท่าไหร่ เพียงแต่ในความรู้สึกผม ผมว่าหนังมาผิดจังหวะและเวลามากๆ ซึ่งปกมันจะหนังแบบนี้ก็คงจะให้เห็นกันในเวลาที่เหมาะเจาะหน่อยประมาณกลางปี แต่เรื่องนี้นั้นจงใจจะให้หักมุมเกินไป อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ไม่แย่เท่ากับ โคตรรักเอ็งเลย น่ะครับ แถมช่วงท้ายๆของเรื่องนี่อย่างกะหนงญี่ปุ่นซามูไรพ่อลูกอ่อนเลยล่ะครับ