ค้นหาหนัง

Minnal Murali มุราลีฟ้าฟาด

Minnal Murali มุราลีฟ้าฟาด
เรื่องย่อ : Minnal Murali มุราลีฟ้าฟาด

เจสัน ช่างตัดเสื้อในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง เขาได้ถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงมาที่ตัวเขา เมื่อตื่นมาก็พบว่าเขามีพลังเหนือมนุษย์ แต่ยังมีอีกคนที่ได้พลังเหมือนกัน นั่นก็คือ ศิปุ เขาใช้พลังเพื่อทำประโยชน์ให้กับตัวเอง และใส่ร้ายป้ายสีให้กับเจสันฮีโร่ตัวจริง งานนี้เจสันต้องออกมาทวงความยุติธรรมให้ตัวเองและปกป้องชาวบ้านให้ได้.M.

Tags: Action / หนังใหม่ 2021 / Comedy / Adventure / หนังใหม่ / Netflix

IMDB : tt7268738

คะแนน : 9



Minnal Murali มุราลีฟ้าฟาด ภาพยนต์ซุปเปอร์ฮีโร่สัญชาติอินเดียจาก Netflix กับเรื่องราวของหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีช่างตัดเสื้อบังเอิญโดนฟ้าผ่า จนได้รับพลังเหนือมนุษย์มา แต่ทว่ายังมีอีกคนที่โดนฟ้าผ่าจนได้รับพลังมาพร้อมกันกับเขา หมายเหตุ: เรื่องนี้ตั้งใจทำเป็นหนังฉายโรงอินเดีย ทุนสร้าง 2.4 ล้านเหรียญ ก่อนที่จะพบปัญหาโควิด 19 จนทำให้ย้ายมาลง Netflix

ถ้าหากว่าคุณกำลังหาหนังเพลินๆ เบาสมองดูในวันหยุดล่ะก็ มุราลีฟ้าฟาด กับเรื่องราวของซุปเปอร์ฮีโร่ที่ทำตามแบบสูตรสำเร็จ แต่ปรับให้เข้ากับบริบทคนอินเดีย พร้อมกับสอดแทรกวิถีชีวิต ชุมชน เรื่องราวต่างๆ จนทำให้มีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนหนังฮีโร่เรื่องไหน ถ้าลองเปิดใจดูคุณก็จะพบว่าเรื่องนี้่ คุ้มค่า คุ้มเวลาดูแน่นอน

หนังซุปเปอร์ฮีโร่ในปัจจุบันก็มีออกมาให้เราชมกันเยอะมาก มาร์เวล ดีซี ฯลฯ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่วงการบอลลีวู้ดจะเอากับเขาบ้าง ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้ปล่อยมาในวันคริสมาสต์อีฟพอดี เป็นหนังยาวเรื่องใหญ่ปลายปีแนวแอคชั่น คอมเมดี้ที่ต้องบอกเลยว่าเกินคาดในหลายๆ เรื่อง

เรื่องราวจะเกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า กุรุกกรรณมูล โดยมีช่างตัดเสื้อ เจสัน เขาถูกฟ้าผ่าในวันที่ดวงดาวสามดวงเรียงกันพอดี เมื่อตื่นมาก็พบว่าเขามีพลังเหนือมนุษย์ เช่นได้ยินเสียงชัดขึ้น แข็งแรงขึ้น และได้กลายเป็นฮีโร่ที่ชื่อว่า “มุราลีฟ้าฟาด” แต่ทว่าในวันที่เขาถูกฟ้าผ่า ก็ยังมีอีกคนที่ได้พลังเหมือนกัน นั่นก็คือ ศิปุ ที่ชาวบ้านต่างว่าเขาเป็นคนบ้า เขาใช้พลังเพื่อทำประโยชน์ให้กับตัวเอง และใส่ร้ายป้ายสีให้กับฮีโร่ตัวจริง งานนี้เจสัน จะต้องหาตัวร้ายที่แอบอ้างใช้ชื่อของเขาให้ได้ก่อนที่จะมีชาวบ้านต้องตายมากกว่าเดิม

อกก่อนว่าหนังอินเดียนั้นมีความยาวมาก และหนังเรื่องนี้ก็มีความยาวถึงสองชั่วโมงครึ่ง ต้องอดทนและใช้เวลาดูสักหน่อย แต่ทั้งสองชั่วโมงนี้ก็ถือว่าเต็มอิ่มและทำให้เรื่องราวโดยรวมของหนังเรื่องนี้สมบูรณ์ในหลายๆ ด้านเลยทีเดียว

ช่วงแรกก็จะดำเนินเรื่องโดยการพาผู้ชมไปรู้จักกับตัวละครทั้งสองฝ่าย ฝ่ายพระเอก ช่างตัดเสื้อธรรมดาๆ ที่อยากไปหางานทำที่อเมริกา แต่ก็ถูกปฏิเสธพาสปอร์ตเพราะไปมีเรื่องกับนายตำรวจผู้ใหญ่ ที่เจสันก็ดันไปจีบลูกสาวเขาอีกพอดี กับเรื่องราวอีกด้านหนึ่ง ศิปุ คนบ้าแห่งหมู่บ้านที่ตกหลุมรักอุษา หญิงสาวที่เคยจากหมู่บ้านไปเพราะหนีตามผู้ชาย เธอกลับมาพร้อมหอบลูกของเธอมาด้วย ด้วยความรักที่มีต่อเธอ ศิปุเลยพยายามช่วยเหลือและทำให้เธอประทับใจและช่วยเหลือเธอโดยไม่สนวิธีการ

เรื่องราวรวมๆ ก็จะวนเวียนอยู่ในหมู่บ้าน เป็นเซ็ตอัพเล็กๆ ดำเนินเรื่องตามสูตรสำเร็จหนังฮีโร่ทั่วไปเลย เริ่มได้พลังมา เริ่มรู้ตัว ทดลองพลัง ใช้พลังช่วยเหลือผู้คน อีกฝ่ายตัวร้ายก็เหมือนกัน เพียงแค่ใช้พลังเพื่อประโยชน์ส่วนตัวและดูเห็นแก่ตัวกว่า ซึ่งเรื่องราวของฝั่งตัวร้ายที่มันค่อยๆ เฉลยมาว่าทำไมเขาถึงบ้า เรื่องราวความรักที่เป็นตัวจุดชนวนและไประเบิดตอนท้าย ก็ถือว่าเป็นสูตรสำเร็จที่เราเห็นได้ในหนังฮีโร่

แต่ความแปลกใหม่ของมันก็คือ การปรับให้บริบท และสูตรสำเร็จเหล่านี้ เอามันมาทำให้เข้ากับชีวิตชุมชนในชนบทห่างไกลของอินเดียที่เข้าถึงและเราสัมผัสได้ อย่างสมมุติว่าตัวร้ายในเรื่องอื่นต้องการครองโลก แต่ในหนังเรื่องนี้ตัวร้ายกลับต้องการแค่ทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น เพื่อที่จะได้อยู่กับหญิงที่เขารักมาทั้งชีวิต แต่ผิดวิธีการไปหน่อย ใครที่มาขัดขวางหรือไม่พอใจก็อาจจะต้องเดือดร้อน

หรือทางฝั่งพระเอก กับการปรากกฏตัวในฐานะฮีโร่ครั้งแรก เขาไม่ได้ซัดกับผู้ร้ายหรือโจร หรือตัวร้ายหลัก แต่ซัดกับตำรวจที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ แบบ ขู่ชาวบ้านอะไรประมาณนั้น หลายๆ อย่างมันเลยเป็นการนำเสนอความเป็น อินเดี๊ย อินเดีย และแอบจิกกัด เสียดสีอยู่เนืองๆ อีกด้วย

ทั้งเรื่องเราจะเห็นความ Contrast ตรงนี้ตลอด ตัวร้ายไม่ได้ใส่ชุดที่ดูน่าเกรงขามอะไร เป็นคุณลุงใส่เสื้อเชิ้ตพร้อมกับเหงื่อและจักกะแร้เปียกนุ่งผ้าซิ่น ในช่วงแรกเราเลยตะหงิดใจว่า เอ๊ะ ตัวร้ายมันดูกระจอกงอกง่อยจัง แต่ด้วยการเล่าเรื่องและการดำเนินเรื่องมันสามารถบิ้วให้ภาพลักษณ์แบบนี้ ดูกลายเป็นตัวร้ายที่ร้ายจริงๆ และร้ายแบบมีเหตุผล มีที่มาที่ไปได้ด้วย มันเลยเหนือความคาดหมายและเซอร์ไพรส์มาก กับจุดพีคจุดระเบิดช่วงกลางเรื่อง

ความมีที่มาที่ไปนั้นกับทางฝั่งตัวเอกอย่างเจสัน เขาก็มีดราม่าส่วนตัวที่จะเฉลยไปทีละอย่าง แล้วเราจะรู้เหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้กลายมาเป็นฮีโร่ หลายๆ อย่างนั้นก็เป็นเรื่องราวที่บอกเลยว่าธรรมดาแบบ ชาวบ้านๆ มากๆ มันเลยทำให้ตรงนี้ เป็นกิมมิคที่สามารถสอดแทรกมุกตลกชวนอมยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่อง ดูเพลิน เบาสมอง

อีกอย่างหนึ่งก็คือ เซ็ตอัพในเรื่องจะเป็นช่วงเทศกาลคริสมาสตร์ ตรงกับวันที่ปล่อยหนังฉายพอดี (24 ธันวาคม) ไคล์แม็กซ์ก็เลยจะเป็นงานเทศกาลประจำหมู่บ้านที่อิงกับช่วงเวลาตรงนี้ด้วย

ส่วน CG การต่อสู้ต่างๆ การใช้พลัง ต้องบอกเลยว่าทำออกมาดีมาก ไม่แพ้ฮอลลีวู้ด ฉากต่อสู้จริงจังนี่เท่ไม่แพ้หนังฮีโร่เรื่องอื่นจากทางฝั่งอเมริกาเลย แต่อาจจะมีความโม้และความเป็นอินเดียที่เรารู้สึกได้บ้าง ผสมอยู่ แต่โดยรวมคือมันส์

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราจะได้รับชมในหนังเรื่องนี้ต้องบอกไว้เลยว่า มันจะไม่ได้มีความแปลกใหม่ ฮีโร่พลังก็แค่แข็งแรงกว่าคนทั่วไป ตัวร้ายก็ได้อีกพลังยกของมาที่ต่างจากพระเอก การเล่าเรื่องทำได้ตามสูตรสำเร็จแบบเป๊ะๆ ทั้งช่วงจังหวะการนำเสนอ การเฉลยเรื่องราว ทุกตัวละครมีที่มาที่ไปหมด ทุกอย่างในเรื่องไม่ได้ทำให้เราตะขิดตะขวงใจเลย ทำออกมาได้ดีมาก แต่ว่าอย่างที่บอก ทุกอย่างมันตามสูตรสำเร็จหมดเลย

ความพิเศษจริงๆ ของเรื่องนี้มันคือการปรับไอ้สูตรสำเร็จจากหนังฮีโร่ที่ว่า ให้มาอยู่ในสเกลเล็กๆ และนำเสนอความเป็นชนบทของชุมชนในอินเดียเข้าไป อย่างอินเดียมุง ความสัมพันธ์แบบคลุมถุงขน อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้มันคือเสน่ห์ที่ไม่เคยดูในหนังฮีโร่เรื่องไหนๆ มาก่อน ตรงนี้มันจึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องไหนทำได้เหมือน และกลายเป็นความเฉพาะตัวของหนังเรื่องนี้

าหากว่าคุณกำลังหาหนังเพลินๆ เบาสมองดูในวันหยุดล่ะก็ มุราลีฟ้าฟาด กับเรื่องราวของซุปเปอร์ฮีโร่ที่ทำตามแบบสูตรสำเร็จ แต่ปรับให้เข้ากับบริบทคนอินเดีย พร้อมกับสอดแทรกวิถีชีวิต ชุมชน เรื่องราวต่างๆ จนทำให้มีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนหนังฮีโร่เรื่องไหน ถ้าลองเปิดใจดูคุณก็จะพบว่าเรื่องนี้่ คุ้มค่า คุ้มเวลาดูแน่นอน