ค้นหาหนัง

Runaway Bride | สาวกลัวฝน อลวนทุกวิวาห์

Runaway Bride | สาวกลัวฝน อลวนทุกวิวาห์
เรื่องย่อ : Runaway Bride | สาวกลัวฝน อลวนทุกวิวาห์

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อไอค์ เกรแฮม (Richard Gere) คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ชื่อดังที่ได้ยินเรื่องของแม็กกี้ คาร์เพนเธอร์ (Julia Roberts) สาวผู้กลัวพิธีวิวาห์ เธอทิ้งเจ้าบ่าวที่งานแต่งมาหลายรายแล้ว เขาเลยเอาเรื่องของเธอไปเขียนลงคอลัมน์ นั่นจึงทำให้แม็กกี้ไม่พอใจที่มีคนเอาเรื่องของเธอไปใส่สีตีไข่แบบนี้ เธอเลยเล่นไอค์ซะจนโดนเจ้านายเฉ่ง ทำให้ไอค์ต้องรีบเดินทางไปกู้ชื่อตัวเองโดยการสืบหาความจริงเกี่ยวกับตัวแม็กกี้ซึ่งตอนนี้กำลังเตรียมเข้าพิธีเป็นรอบที่ 4 กับเจ้าบ่าวที่ชื่อบ็อบ (Christopher Meloni) แต่พอไอค์ได้ใกล้ชิดแม็กกี้ และได้รู้จักเธอมากขึ้น ความรู้สึกดีๆ มันก็ก่อตัวจนได้

IMDB : tt0163187

คะแนน : 6



ความสุขครับท่านทั้งหลาย… เป็นอีกหนึ่งการดูหนังที่มีความสุขมาก โอเคครับ หนังอาจไม่ได้สุดยอดสุดเยี่ยมไร้เทียมทาน แต่มันคือหนังรักโรแมนติกเบาสมองที่แสนจะคุ้นเคยสำหรับคนที่โตมาในยุค 90 หนังเดินเรื่องลื่นไหล มีมุกฮาแทรกเข้ามาเป็นพักๆ เพลงประกอบก็ไพเราะ ใส่ลงมาได้อย่างพอเหมาะในแต่ละช่วง ส่วนทีมดาราก็ไว้ใจได้ล่ะครับ Gere กับ Roberts เคมีเข้ากันจะตาย ตามด้วยดาราสมทบหน้าคุ้นที่แต่ละคนต่างก็มีซีนของตัวเอง ช่วยเสริมความสนุกให้กับหนังได้อย่างมากมาย

บทหนังอาจไม่ได้แน่นปึ้กครับ แต่มันดูเพลิน ดูแล้วตอบโจทย์ความบันเทิงได้ชะงัดนัก บทพูดต่างๆ ก็ฟังแล้วลื่น บางประโยคก็โรแมนติกกินใจ อย่างประโยคบอกรักไฮไลท์ของหนังที่ขึ้นต้นว่า “ผมการันตีว่า…” นั่นเป็นต้น

ผมก็จำไม่ได้แล้วน่ะนะครับว่าดูเรื่องนี้มากี่รอบแล้ว รู้แต่หนังก็ 20 กว่าปีเข้าไปแล้ว และผมเอามาดูเกือบทุกปี จะมีก็หลายปีหลังมานี้ที่ไม่ค่อยได้ดู พอมาดูอีกรอบนี่ก็รู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนเก่า แล้วก็รู้สึกว่าเก็บรายละเอียดได้มากขึ้น สิ่งแรกที่รู้สึกชอบก็คือการก่อตัวของความรักระหว่างไอค์กับแม็กกี้ ที่อาจไม่ถึงกับลึกซึ้งกินใจอะไรมาก แต่มันก็เป็นความรักที่น่ารักดีครับ เป็นความรักแบบเก็บเล็กผสมน้อย สะสมความรู้สึกดีๆ ต่อกัน เรียนรู้กันและกันทีละนิด ที่สำคัญเลยคือไอค์เป็นคนที่ใส่ใจในตัวแม็กกี้มากกว่าใครๆ อาจเพราะเขาเป็นนักเขียนที่มักจะจับรายละเอียดสิ่งต่างๆ รอบตัวเอามาจาระไนลงคอลัมน์อยู่แล้ว อุปนิสัยประจำตัวของเขาเลยทำให้เขาเห็นแม็กกี้ลึกกว่าคนอื่นๆ – อย่างคำถามที่ว่า “แม็กกี้ชอบกินไข่แบบไหน?” ที่ใครๆ มองว่าเป็นคำถามที่แปลก แต่สำหรับไอค์แล้ว มันคือคำถามง่ายๆ ที่ใช้บ่งบอกถึงคนๆ นั้นได้อย่างลัดตัดตรง

ก็ให้รู้สึกล่ะครับว่าบทหนังเขียนแบบใส่ใจรายละเอียดพอสมควร แล้วก็แน่นอนว่าผู้กำกับคุมอยู่ ดาราเล่นกันดีด้วย เลยสามารถถ่ายทอดเรื่องรักๆ ครั้งนี้ให้ออกมาน่ารักแบบนี้

และการดูรอบนี้ก็มีหลายฉากครับที่สมัยก่อนไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่รอบนี้ซึมซับฉากนั้นๆ ได้ดีขึ้น ผมยอมรับว่าก่อนหน้านี้จำฉากที่ไอค์รถเสีย แล้วไอค์กับแม็กกี้ก็ต้องเดินข้ามทุ่งไปด้วยกันไม่ได้ พอมารอบนี้ดูแล้วมันเตะตาเตะใจ รู้สึกว่าคู่นี้น่ารักและน่าจะเริ่มสปาร์คแบบชัดๆ ก็ตอนข้ามรั้วนั่นแหละ

แล้วฉากนั้นยังเสริมด้วยเพลง Never Saw Blue Like That ของ Shawn Colvin เพลงนี้เพราะมาก เตะเข้าหูป้าบๆ เลย ถ้าเป็นสมัยก่อนผมค่อนข้างเฉยกับเพลงแนวนี้ แต่พอโตขึ้น พอผ่านอะไรมามากๆ แล้ว แค่ทำนองขึ้น ตามด้วยประโยคแรก ความเคลิ้มในใจก็ทำงานแล้วครับ มันรู้สึกใจสงบ Calm Down ทันที

ส่วนเพลงอื่นๆ แทบไม่ต้องบรรยายครับ ไม่ว่าจะ You Sang to Me ของ Marc Anthony, You Can’t Hurry Love ของ Dixie Chicks และเพลงธีมหลักอย่าง Before I Fall In Love ของ CoCo Lee ทุกเพลงล้วนไพเราะ มีความหมาย และถือเป็นเพลงแห่งยุคสมัยก็ว่าได้ โดยเฉพาะ Before I Fall in Love ที่เชื่อว่าคนที่เคยแอบรักใครในตอนนั้น ต้องเคยครวญออกมา (ไม่ว่าจะกับตัวเอง หรือในที่สาธารณะ-ตอนอารมณ์มันพีคๆ)

ผมชอบบรรยากาศในเมืองที่แม็กกี้อยู่ครับ ในหนังเมืองที่เธออยู่คือเมืองเฮล (Hale) ซึ่งเป็นเมืองที่สมมติขึ้น โดยหนังไปถ่ายทำกันที่เมืองเบอร์ลิน ในรัฐแมรี่แลนด์ บรรยากาศดี น่าไปเดินเที่ยว แล้วหลายๆ ฉากที่ถ่ายต้นไม้ใบหญ้าก็ดูสวยเป็นธรรมชาติดีจริงๆ – ผมว่าฉากสวยๆ ในหนังรักยุคนั้นนี่แหละครับที่เป็นจุดเริ่มต้นให้ผมชอบใจทุกทีเวลาได้เห็นฉากสวยๆ ธรรมชาติแจ่มๆ ในหนังรักโรแมนติกระยะหลังๆ มานี้

โทนของหนังออกมาเบาๆ มุมกล้องกำลังดีรับกับความเป็นหนังรักแบบนี้ ก็ต้องยกความดีความชอบให้ Stuart Dryburgh ตากล้องที่ได้ชิงออสการ์จาก The Piano บวกด้วยการตัดต่อเชื่อมฉากเข้าด้วยกันอย่างกลมกล่อม ก็เป็นฝีมือของ Bruce Green จาก Cool Runnings, While You Were Sleeping, Phenomenon แล้วก็ตามไปคู่บุญผู้กำกับ Garry Marshall อีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะ The Other Sister, The Princess Diaries ทั้ง 2 ภาค, Raising Helen, Valentine’s Day และ Mother’s Day อันเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของ Marshall

หนังเรื่องนี้ถือเป็นโปรเจคท์ที่ใช้เวลานานนับ 10 ปีกว่าจะสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างครับ หลังจาก Pretty Woman โด่งดังทำเงินถล่มทลายในปี 1990  ทาง Touchstone Pictures บริษัทผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการก็คิดจะทำ Pretty Woman 2 ต่อในทันทีและหมายมั่นจะนำพา Gere, Roberts และผู้กำกับ Marshall โคจรกลับมาเจอกัน แต่ Julia Roberts บอกปัดมาตลอดครับ เธอปฏิเสธที่จะเล่นภาคต่อ ไม่เฉพาะ Pretty Woman เท่านั้นนะครับ แต่จะเป็นเรื่องไหนก็ตาม เธอไม่ขอเล่นทั้งสิ้น และเธอเอ่ยปากว่าจะยอมเล่นก็ต่อเมื่อหนังเรื่องนี้เป็นหนัง Stand-alone เท่านั้น – ฟังถึงตรงนี้แล้วทดไว้ก่อนนะครับ

ทีนี้มันก็มีโปรเจคท์หนังอีกเรื่องหนึ่งครับ ซึ่งก็คือ Runaway Bride นี่แหละ เรื่องนี้ก็มีแผนจะทำมาเป็น 10 ปีแล้วเหมือนกัน โดยรายชื่อคนที่จะมาแสดงเป็นแม็กกี้ก็มี Anjelica Huston, Mary Steenburgen, Lorraine Bracco, Geena Davis, Demi Moore, Sandra Bullock, Ellen DeGeneres, Téa Leoni ส่วนคนที่จะมาเป็นไอค์ก็มี Christopher Walken, Harrison Ford, Mel Gibson, Michael Douglas และมีชื่อ Ben Affleck วางไว้ว่าจะให้มาแสดงเป็นบ็อบ ส่วนผู้กำกับที่มีการเล็งไว้ว่าจะให้มาทำก็คือ Michael Hoffman (One Fine Day) แล้วก็มีคนวนเวียนมาเขียนบทอย่าง Elaine May และ Leslie Dixon แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้บทที่พวกเขาเขียนครับ

แล้วในที่สุด 2 โปรเจคท์ก็ถูกจับมาเจอกันครับ พอ Roberts ยืนกรานมาว่าจะยอมร่วมงานกับ Gere และ Marshall ในหนังเรื่องใหม่ที่ไม่ใช่ภาคต่อของ Pretty Woman ผู้สร้างเลยเมียงมองหาบทจากหนังเรื่องอื่นๆ จนมาจบที่ Runaway Bride ในที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ของหนังนั้น จำได้ว่านักวิจารณ์พากันติหนังกันมากมายครับ แต่หนังก็ยังทำเงินทำทองไปถึง $309 ล้านจากทั่วโลก ส่วนทุนสร้างอยู่ที่ $70 ล้านครับ (แต่กระนั้นก็ยังถือว่าน้อยกว่าตอน Pretty Woman ที่โกยกระหน่ำไปกว่า $463 ล้าน)

เกร็ดเล็กๆ ของหนังเรื่องนี้ก็มี ฉากที่แม็กกี้จะซื้อชุดแต่งงานแล้วเจ้าของร้านบ่ายเบี่ยงไม่ยอมขายให้นั้น เป็นฉากที่อ้างอิงไปถึงฉากที่วิเวียนโดนปฏิเสธขายชุดให้ใน Pretty Woman นั่นเองครับ

แล้วทีมดารานอกจาก Gere และ Roberts แล้ว ที่ยกมาจาก Pretty Woman ก็ยังมี Hector Elizondo (เพื่อนของไอค์), Kathleen Marshall (ซินดี้), Larry Miller (บาร์เทนเดอร์ในนิวยอร์ก) และ Patrick Richwood (นักข่าวที่ถือกล้องถ่ายตัวเองหน้างานแต่ง)

ส่วนกฎส่วนตัวของ Roberts ที่จะไม่ยอมเล่นภาคต่อให้กับหนังเรื่องไหนทั้งนั้น กฎก็มาถูกสลายไปตอน Qcean’s Twelve ครับ

อีกเกร็ดหนึ่งก็มาจากชีวิตจริงครับ คือในหนัง Roberts รับบทเป็นเจ้าสาวที่ทิ้งเจ้าบ่าวในงานแต่ง ในขณะที่ชีวิตจริงนั้น Roberts ก็เคยยกเลิกพิธีวิวาห์ของตนเองก่อนงานจริงเพียงไม่กี่วัน คือตอนปี 1991 และเจ้าบ่าวในตอนนั้นก็คือ Kiefer Sutherland ครับ