ค้นหาหนัง

Saw ซอว์ เกมต่อตัดตาย

Saw ซอว์ เกมต่อตัดตาย
เรื่องย่อ : Saw ซอว์ เกมต่อตัดตาย

เมื่อชาย 2 คน อดัม และ ดร. ลอว์เรนซ์ ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องโทรมๆ แถมมีศพกองอยู่กลางห้อง แล้วพวกเขาทั้ง 2 ก็ได้มารู้ว่าคนที่จับพวกเขามาคือ ฆาตกรต่อเนื่องฉายาจิ๊กซอว์ มันมีเกมส์ให้ทั้ง 2 เล่น ที่เกมส์นี้มีผลถึงชีวิต

IMDB : tt0387564

คะแนน : 8



Saw กลายเป็นหนังสยองยอดฮิตขึ้นมาในบัดดลซึ่งไม่ใช่เรื่องฟลุ๊คแต่อย่างใดครับ เพราะหนังมันมีดีจริงๆ อย่างแรกคือการเดินเรื่องที่ชวนติดตามตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ ชั้นเชิงการเล่าเรื่องก็ดึงความสนใจเราได้ตลอด เปิดมาก็ทำให้เรางุนงงก่อนครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับสองตัวเอก ก่อนจะค่อยๆ เผยคำตอบ ขณะเดียวกันก็โปรยประเด็นชวนสงสัยให้เราตามลุ้นต่อไปอีก แล้วยิ่งการเล่าเรื่องแบบนี้มาเจอกับการนำเสนอที่ฉับไว (แต่ดูแล้วไม่งง) ก็ยิ่งเร้าอารมณ์และเร้าใจคนดูมากขึ้นไปอีก

จุดดีต่อมานักแสดงที่แม้จะไม่ใช่ดาราระดับแม่เหล็ก แต่ทุกเจ้าล้วนเป็นยอดฝีมือ ไม่ว่าจะ Elwes ที่เล่นได้ดีมากๆ (โดยเฉพาะช่วงท้ายครับ เมคอัพใบหน้าได้สุดยอดจริงๆ เห็นแล้วอดสยองตามไม่ได้) ตามด้วย Danny Glover ในบทนายตำรวจเดวิด แท็ปที่หมายมั่นจะตามจับจิ๊กซอว์วายร้ายให้ได้, Ken Leung ดาราเอเซียหน้าคุ้นในบทตำรวจคู่หูของแท็ป, Monica Potter ในบทภรรยาของคุณหมอลอว์เรนซ์ หรือแม้แต่ Whannell คนเขียนบทก็โดดลงมาเล่นด้วย รายนี้ก็มีดีเช่นกัน ทั้งหมดมีส่วนช่วยให้หนังน่าติดตามอีกแรงหนึ่ง

ไหนจะดนตรีที่เร้าอารมณ์อย่างได้ผล โดยเฉพาะธีม Hello Zepp ที่ประพันธ์โดย Charlie Clouser, ลีลามุมกล้องที่เร้าอารมณ์คนดู ยิ่งตอนทำมุมฉวัดเฉวียนเหวี่ยงๆ หวือๆ นี่ก็ยิ่งเพิ่มอารมณ์ตื่นเต้นได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ ต้องเรียกว่าหนังครบเครื่องจริงๆ ทั้งดาราดี ดนตรีเร้า มุมกล้องก็ระทึก หลายฉากก็น่ากลัวสุดขีด เสียวไส้เอาเรื่อง (โดยเฉพาะฉากเกี่ยวกับ “เลื่อย” ในตอนท้ายนั่น) ด้านบทก็ซับซ้อน การทิ้งปมก็พอเหมาะ ไหนจะการหักมุมพร้อมบทสรุปที่ “ไม่เป็น Hollywood เท่าไร” อีก แหม ผมดูรอบแรกก็ชอบเลยครับ ครั้นมาดูอีกความอร่อย ความตื่นเต้นก็ยังไม่หนีไปไหน ไปๆ มาๆ การได้รู้อะไรก่อนแล้วมันชวนให้เราสังเกต แล้วก็ดูหนังสนุกขึ้นไปอีกแน่ะ

อีกสิ่งหนึ่งที่หนังทำสำเร็จคือการสร้างคาแรคเตอร์ของ จิ๊กซอว์ให้เป็นที่จดจำ มันไม่ใช่แค่ฆาตกรสวมหน้ากาก ไม่ใช่วิญญาณร้าย ไม่ใช่ตัวประหลาด แต่จิ๊กซอว์คือคนที่มีเลือดเนื้อ และมีความฉลาดแบบสุดๆ แล้วก็มีความต้องการจะ “สอน” ให้คนทั้งหลายได้ตระหนักถึงความสำคัญของคุณค่าชีวิต สอนให้คนที่ไม่เคยสนใจคนรอบตัว ไม่เคยถนอมนาทีอันมีค่าของการมีลมหายใจ ให้ได้เข้าใจถึงสิ่งเหล่านั้นบ้าง เพียงแต่อาจจะเป็นการสอนที่นองเลือดไป (ไม่) หน่อยน่ะครับ

Saw สามารถยกระดับตัวเองออกจากหนังประเภทไล่ฆ่าแบบเดิมๆ ที่ไม่ค่อยจะสนเรื่องเหตุผล ไม่เน้นบทที่เข้มข้น เอาแต่จะเน้นขายหนุ่มหล่อสาวสวย ความรุนแรงกับฉากอย่างว่า จริงครับที่ Saw มีความรุนแรงเยอะมาก แต่ถ้าถอดความรุนแรงออกจากสมการแล้วดูที่เนื้อหาสาระ ก็จะพบว่าหนังเรื่องนี้นอกจากจะจัดหนักเรื่องความน่ากลัวแล้ว ด้านสาระแง่คิดก็ไม่ละเลยเหมือนกัน