ค้นหาหนัง

The Perfect Storm | เดอะ เพอร์เฟ็กต์ สตอร์ม มหาพายุคลั่งสะท้านโลก

The Perfect Storm | เดอะ เพอร์เฟ็กต์ สตอร์ม มหาพายุคลั่งสะท้านโลก
เรื่องย่อ : The Perfect Storm | เดอะ เพอร์เฟ็กต์ สตอร์ม มหาพายุคลั่งสะท้านโลก

ชาวประมงบนเรือลำหนึ่งได้ออกไปหาปลาที่ใจกลางมหาสมุทรเพื่อเอาปลามาขาย พวกเขาหาปลาได้ถึง 60,000 ปอนด์ แต่ก็โชคร้ายที่ตู้แช่ปลาบนเรือดันมาพัง พวกเขาเลยต้องรีบกลับเข้าฝั่งก่อนที่ปลาที่จับได้จะเน่าเสียก่อน แต่โชคร้ายไม่ได้มีอยู่เพียงแค่นั้น มันยังมีพายุอีก 3 ลูกที่พวกเขาจะต้องฝ่าออกไป แล้วเอาชีวิตกลับถึงฝั่งให้ได้

Tags: Drama / Action / Adventure

IMDB : tt0177971

คะแนน : 8



ว่าตามจริง The Perfect Storm ไม่ใช่หนังภัยพิบัติที่สดใหม่อะไรมาก แต่ความเด็ดของมันคือ การเอาสูตรดั้งเดิมของหนังแนวนี้มาปรุงได้อย่างพอเหมาะพอดี

อันนี้ต้องชมผู้กำกับ Wolfgang Petersen ที่คุมหนังได้อย่างเจ๋ง มีสัดส่วนระหว่างดราม่าและภัยพิบัติในระดับเท่าๆ กัน ดูแล้วก็อินไปกับความรู้สึกของชาวประมงแต่ละคนที่มีปมชีวิตต่างกันไป บ้างก็หย่าร้างไปแล้ว บ้างก็กำลังจะสร้างครอบครัวใหม่ บ้างก็ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เรียกว่าทุกคนต่างก็ต้องการเงินมาเพื่อสร้างความสะดวกและโอกาสให้กับชีวิต

และด้วยปมเหล่านี้จึงทำให้ลูกเรือแต่ละคนตัดสินใจเสี่ยงแล่นฝ่ามหาพายุ 3 ลูกที่อาละวาดอยู่ใจกลางมหาสมุทร เพื่อเอาปลาที่หาได้มาขายแลกเงินบนฝั่ง

งานด้าน Effect จัดว่าดีทีเดียวครับ ดูลุ้นและทำให้เรารู้สึกเฉอะแฉะยังไงก็ไม่รู้ (555) ดูไปเหมือนเราพลอยโดนน้ำกระเด็นใส่ไปด้วยน่ะครับ มันให้อารมณ์ขนาดนั้นจริงๆ

ดาราแต่ละคนมีจุดเด่นทำให้เราจำได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะ George Clooney, Mark Wahlberg, Diane Lane, John C. Reilly, William Fichtner, John Hawkes และ Mary Elizabeth Mastrantonio ทุกคนทำให้เราเชื่อว่าพวกเขาคือชาวประมง และทำให้เชื่อว่าเป็นคาแรคเตอร์นั้นๆ ได้อย่างสนิทใจทีเดียว

เกร็ดเล็กๆ ของหนังก็คือ แรกเริ่มเดิมทีบท บ็อบบี้ แชทฟอร์ด ของ Wahlberg นั้นจะแสดงโดย Nicolas Cage ครับ แต่พอดีตอนนั้นพี่ Cage แกติดสัญญาหนังเรื่องอื่นเลยพลาดบทนี้ไป จากนั้น Clooney ก็เป็นคนเสนอชื่อ Wahlberg ให้ผู้กำกับ Petersen ลองพิจารณาครับ

แล้วในวันแคสติ้ง Wahlberg ก็เดินมาจับมือกับผู้กำกับ Petersen แล้วทันใดนั้นผู้กำกับ Petersen ก็รู้ทันทีว่าคนนี้แหละคือบ็อบบี้ แชทฟอร์ด เลยมอบบทนี้ให้ Wahlberg ไปเลยโดยไม่ต้องแคสอะไรให้มากความ

 

ตัวหนังนั้นลงทุนในระดับ $140 ล้าน แต่ก็สามารถทำเงินคืนมาได้ $328 ล้านจากทั่วโลก (เฉพาะในอเมริกาก็ทำไป $182 ล้านแล้วครับ) เป็นอีกหนึ่งผลงานทำเงินแห่งปีนั้นครับ