ค้นหาหนัง

The Unforgivable ตราบาป

The Unforgivable ตราบาป
เรื่องย่อ : The Unforgivable ตราบาป

The Unforgivable เล่าเรื่องราวของ รูธ สลาเตอร์ หญิงที่เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำ หลังจากที่ต้องโทษจองจำฐานฆ่าเจ้าพนักงานเสียชีวิต เป็นโทษระยะเวลาถึง 20 ปี แต่การกลับมาใช้ชีวิตในสังคมที่ไม่ยอมให้อภัยเรื่องร้ายในอดีตของเธอ หลังจากโดนตัดสินอย่างรุนแรงจากที่ที่เธอเคยเรียกว่าบ้าน ความหวังเดียวที่จะไถ่บาปนี้ได้คือการออกค้นหาน้องสาวที่เธอเองจำใจต้องทิ้งไป

IMDB : tt11233960

คะแนน : 7



หนังเรื่องนี้เป็นการดัดแปลงสร้างมาจากมินิซีรีส์เรื่องดังจากอังกฤษที่ชื่อเดียวกัน โดยในเวอร์ชั่นนี้ได้ผู้กำกับหญิงชาวเยอรมัน "โนรา ฟิงไชต์" มาดูแลงานสร้างให้ ผ่านฝีมือการดัดแปลงบทของ 3 นักเขียน "ปีเตอร์ เคร็ก" (จาก The Batman), "ฮิลลารี ไซต์ซ" (จาก Eagle Eye) และ "คอร์เทเนย์ ไมล์ส" (จากซีรีส์ Mindhunter) กลั่นกรองออกมาเป็นหนังดราม่าระทึกสุดเข้มข้นที่ทำออกมาได้ดีตามมาตรฐาน

แต่กระนั้น The Unforgivable ก็นับว่าเป็นหนังดราม่าที่ยังเต็มไปด้วยชั้นเชิงที่ธรรมดาๆ กับสูตรสำเร็จพื้นเพที่ไม่ได้มีความแปลกใหม่ใดๆ เลย กลายออกมาเป็นหนังดราม่าที่ค่อนข้างจืดชืดและดำเนินเรื่องไปตามหลักการทั่วไปเพียงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องและปมต่างๆ ของหนังยังจัดได้ว่าอยู่ในเซฟโซน เพราะโครงเรื่องนำพาไปได้ด้วยดีอยู่แล้ว

แน่นอนว่าความโดดเด่นของหนังก็คือการแคสติ้งนักแสดงได้อย่างน่าสนใจ เพราะนี่คือการหวนคืนบทดราม่าหนักๆ อีกครั้งของ "แซนดร้า บูลล็อก" ที่ถือว่าเป็นการแสดงที่น่าประทับใจและท้าทายในอาชีพของเธออีกหนึ่งเช่นกัน เพียงแต่น่าเสียดายที่การถ่ายทอดและการเล่าเรื่องของหนังนั้น ยังลำดับออกมาได้ไม่น่าสนใจเท่าที่ควร จึงทำให้ท้ายที่สุดแล้วตัวละครนี้ที่ทำออกมาได้มิติ และกลับรู้สึกแห้งเหือดผิวเผินไปมากเสียหน่อย

เช่นเดียวกับ ตัวละครสมทบต่างๆ ที่เสริมทัพเข้ามาในเรื่อง ล้วนเป็นนักแสดงชั้นเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น "ไวโอลา เดวิส", "วินเซนต์ โดโนฟริโอ้", "จอน เบิร์นธอล" หรือ "ลินดา เอมอนด์" ต่างเป็นคาแรกเตอร์ที่ทำออกมาได้แค่เพียงดาดดื่น ไม่ค่อยสร้างมิติที่โดดเด่นออกมาเท่าไหร่ พวกเขาก็ทำแค่เพียงหน้าที่นักแสดงที่ดีในส่วนของตัวเองออกมาเท่านั้น แต่ยังไม่ได้ช่วยส่งเสริมความทรงพลังให้กับหนังแต่อย่างใด

เอาเป็นในภาพรวมแล้ว The Unforgivable คงเป็นหนังดราม่าที่มาเพื่อทำหน้าที่หวังรางวัล ที่อาจจะพยายามและหวังมากเกินไป ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงเป็นเพียงหนังดราม่าที่ให้ความรู้สึกเฉยๆ เพียงเรื่องหนึ่ง การที่หนังเล่าเรื่องแบบฉบับมินิซีรีส์น่าจะลึกซึ้งและครอบคลุมมากกว่าดัดแปลงมาเป็นเวอร์ชั่นหนัง ลำดับการเล่าก็พยายามบิ้วท์และใส่กิมมิกลูกเล่นเข้าไป แต่กลับยังดูไม่ราบรื่นและลื่นไหลได้ดีเพียงพอที่จะเข้าเฉียดรางวัลสักเท่าไหร่