ค้นหาหนัง

The Witcher: Nightmare of the Wolf เดอะ วิทเชอร์ นักล่าจอมอสูร: ตำนานหมาป่า

The Witcher: Nightmare of the Wolf  เดอะ วิทเชอร์ นักล่าจอมอสูร: ตำนานหมาป่า
เรื่องย่อ : The Witcher: Nightmare of the Wolf เดอะ วิทเชอร์ นักล่าจอมอสูร: ตำนานหมาป่า

สำหรับเนื้อหาในอนิเมชั่นเรื่องนี้จะบอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยในวัยหนุ่มของของ เวเซเมียร์ (อาจารย์ของ เกรัลต์ พระเอกในภาคหลัก) เขาเป็นนักรบวิชเชอร์ที่ในวัยเด็กมีชีวิตที่ยากลำบาก เพื่อที่จะหนีจากชีวิตเหล่านั้นเขาจจึงต้องต่อสู้ดิ้นรนจนได้กลายเป็นวิชเชอร์ ที่ออกรับจ้างทำงานปราบปีศาจไปทั่วเพื่อเงิน เรื่องราวจะเป็นการเล่าย้อนไปตั้งแต่วัยเด็กของเวเซเมียร์ ว่าจากเด็กรับใช้คนหนึ่งกลับกลายมาเป็นวิชเชอร์ผู้ปราบปีศาจได้ยังไง ทั้งการเจอกับวิชเชอร์ที่เป็นแรงบันดาลใจอย่างเดลแกน ซึ่งจะใช้เวลาส่วนนี้ในครึ่งแรกของเรื่อง ส่วนในพาร์ทปัจจุบัน จะบอกเล่าชีวิตของเขาในฐานะวิชเชอร์ ที่บังเอิญเขาก็ต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวใหญ่โตอย่างคาดไม่ถึง รวมถึงการได้หวนกลับไปพบกับอีลียาน่าซึ่งเป็นคนรักครั้งแรกที่เขาจากมาด้วย และทำให้เขาต้องจำรับภารกิจปราบปีศาจที่ต้องเดินทางร่วมกับแม่มดเทรทตา แต่ไปๆมามันกลับนำไปสู่ความหายนะของเหล่าวิชเชอร์รุ่นเก่า และการกำเนิดของเหล่าวิชเชอร์รุ่นใหม่

IMDB : tt11657662

คะแนน : 7



หนังภาคแยกของ The Witcher แฟนๆห้ามพลาด เรื่องของ เวเซเมียร์ อาจารย์ของเกรัลต์ในวัยหนุ่ม ฉากแอ็กชั่นทำดี เป็นอนิเมชั่นตะวันตกมาตรฐานสูงของ Netflix

The Witcher Nightmare of the Wolf Netflix รีวิว นักล่าจอมอสูร ตำนานหมาป่า ภาพยนตร์อนิเมชั่น ภาคแยกของ The Witcher สร้างโดยอ้างอิงโลกและเนื้อหาจากนิยายชื่อดังของ Andrej Sapkowski ที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็นแฟรนไชส์เกมที่โด่งดังและมียอดขายถล่มทลายทั่วโลก ส่วนฉบับนิยายถูกแปลออกไปหลายภาษา ล่าสุดทางแพรวสำนักพิมพ์ได้ซื้อลิขสิทธิ์แปลเป็นภาษาไทยออกมาแล้ว 3 เล่ม

สำหรับเรื่องราวในภาคแยกจะบอกเล่าชีวิตวัยหนุ่มของ เวเซเมียร์ อาจารย์ของเกรัลต์พระเอกในภาคหลัก ว่าเพราะอะไรเขาจึงกลายเป็นวิชเชอร์ แล้วชีวิตของเขาต้องเจออะไรหลังจากนั้นบ้าง ภาพยนตร์ยังบอกเล่าตำนานด้านมืดที่ไม่เคยถูกเปิดเผยของเหล่าวิชเชอร์ และสงครามความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์

งานสร้างอนิเมชั่นได้สตูดิโอ Nickelodeon Animation ซึ่งเป็นสตูดิโอเดียวกันกับที่สร้างผลงานชั้นยอดอย่าง The Legend of Korra มาแล้ว เรียกได้ว่าการันตีคุณภาพงานสร้าง ส่วนงานกำกับโดย ฮานควางอี ความยาว 1.23 ชม.

ก่อนอื่นต้องบอกว่า นี่คืออนิเมชั่นที่แฟนๆ The Witcher ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง แต่คนที่ยังไม่ได้ดูฉบับซีรีส์หรือไม่ได้เป็นแฟนเกมก็สามารถดูเพลินๆ ได้ครับ

สำหรับตัวละครเอกในภาคหนังคือ เวเซเมียร์ ถือว่าเป็นตัวละครสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับ เกรัลต์ พระเอกของจักรวาล The Witcher เพราะเขาคืออาจารย์ที่สอนวิชาให้กับเกรัลต์นั่นเอง แล้วยังเป็นคนที่เกรัลต์นับถือมากเสมือนเป็นทั้ง พ่อ อาจารย์ และสหายด้วย ซึ่งในภาพยนตร์อนิเมชั่นก็จะมีการทิ้ง Hint และ Easter Egg เอาไว้ให้กับคนดูแบบโต้งๆกันเลยสำหรับคนที่ไม่เคยดูเรื่องนี้มาก่อน โดยเฉพาะเหรียญตราหมาป่าที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเกรัลต์ในภาคหลัก แล้วยังมีการใส่ Easter Egg ฮาๆ เช่นฉากนั่งแช่น้ำของเวเซเมียร์ที่เหมือนกับเกรัลต์ซึ่งเป็นลูกศิษย์

จุดแข็งที่ต้องชื่นชมเลยก็คือ การเล่าเรื่องที่ลื่นไหล สนุกมาก แม้ในช่วงแรกจะเป็นการเล่าย้อนกลับไปอดีตสลับกลับมาปัจจุบัน โดยเล่าถึงอดีตของเวเซเมียร์ว่าเขาใช้ชีวิตอย่างไรในวัยเด็ก แล้วเจออะไรมาบ้างถึงทำให้เขาตัดสินใจด้วยตนเองที่จะกลายเป็นวิชเชอร์ ในขณะที่เด็กๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้อยากเป็น ถึงแม้ว่าจะเป็นพลอตและการเล่าเรื่องแนวดราม่าปกติที่พบเห็นทั่วไปแต่กลับเล่าเรื่องได้สนุก น่าติดตามชีวิตในวัยเด็กของเวเซเมียร์ แล้วก็จะมาเชื่อมโยงกับในยุคปัจจุบันได้พอดีด้วย

สำหรับเนื้อหาของเรื่องก็เหมือนเป็นการสำรวจชีวิตของเวเซเมียร์ ตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงจุดพีคในฐานะวิชเชอร์ และการพบเจอกับคนรักครั้งแรกอีกครั้ง แล้วอีกข้อหนึ่งที่ไม่มีในฉบับซีรีส์ก็คือการเปิดสังคมของเหล่าวิชเชอร์ว่าพวกเขามีวิถีชีวิตอย่างไร รวมถึงกระบวนการสร้างวิชเชอร์ แล้วยังมีการเปิดเผยตัวละครเดลแกนที่เป็นอาจารย์ของเวเซเมียร์อีกทีหนึ่งด้วย

อีกจุดแข็งอย่างหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือฉากแอ็คชั่นซึ่งทำออกมาได้ดี ถือว่าเป็นระดับมาตรฐานสูงพอสมควรหากเทียบกับอนิเมชั่นของตะวันตก และถือว่าทำออกมาได้ดีใกล้เคียงกับอนิเมะญี่ปุ่นเลยด้วย ในบางจุดถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าด้วยซ้ำ ตรงนี้คงต้องขอชื่นชมและให้เครดิตกับทีมงานของสตูดิโอ Nickelodeon Animation ซึ่งมีผลงานมาสเตอร์พีซอย่าง The Legend of Korra เรียกได้ว่านี่เป็นสตูดิโอผลิตอนิเมชั่นที่กำลังรับสร้างผลงานเยี่ยมๆ อีกหลายเรื่อง ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวังในด้านโปรดักชั่น CG กราฟฟิกต่างๆ โดยเฉพาะฉากต่อสู้ในช่วงท้ายที่ทำออกมาได้เยี่ยมมาก แม้ว่าจะใช้เวลาน้อยไปก็ตาม

สำหรับจุดที่น่าสนใจก็คือ เวเซเมียร์ เป็นตัวละครที่น่าจะได้ออกมามีบทสำคัญในซีซันสองของฉบับซีรีส์คนแสดงอย่างแน่นอน ดังนั้นใครที่เป็นแฟนซีรีส์เรื่องนี้แล้วกำลังรอซีซันสองที่จะเข้าฉายในเร็วๆนี้ก็ควรจะต้องดูเรื่องในภาคนี้ก่อนเพื่อซึมซับเรื่องราวของเวเซเมียร์ในวัยหนุ่มด้วยครับ ส่วนแฟนเกมเองก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน

แล้วที่สำคัญคือ มีตัวละครเกรัลต์วัยเด็กโผล่ออกมาในเรื่องด้วย พร้อมกับบทสรุปที่ทิ้งท้ายเอาไว้ให้เราไปดูในฉบับซีรีส์ต่อ ซึ่งเรื่องราวของเวเซเมียร์หากจะเอามาสร้างเป็นหนังภาคแยกแบบนี้ต่อไปอีกก็ยังทำได้เยอะเลย

ด้านจุดด้อย มีนิดเดียวจริงๆคืองานภาพดีไซน์ตัวละครในสไตล์ตะวันตกที่ยังไงก็มีความแข็งๆอยู่และอาจจะไม่ถูกใจคนที่ชินกับอนิเมะญี่ปุ่น อีกจุดคือภาพรวมของโลกในวิชเชอร์ และความขัดแย้งในสังคมของเรื่องที่อาจจเล่าแบบห้วนๆไปหน่อยจนคนดูอาจจะไม่ได้อินอะไรกับปัญหาความขัดแย้งในเรื่องมากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นจุดด้อยที่น้อยนิดเอามากๆ หากเทียบกับข้อดีของการ์ตูนเรื่องนี้ครับ อีกจุดหนึ่งก็คือเนื้อหาไม่ได้สลับซับซ้อนมากมายอะไรนัก เป็นเส้นตรง เน้นดูง่าย ซึ่งก็จะมีการเล่นกับประเด็นช่องว่างและความต่างทางด้านเวลาและอายุขัยของตัวละครเพื่อเพิ่มบทโรมานซ์และดราม่าเข้ามาด้วย ถือว่าเป็นความกล้าของผู้สร้างเหมือนกัน

ตัวเรื่องยังมีจุดหักมุมพอสมควร ตัวละครในเรื่องนี้มีความเป็นสีเทาสูงมาก แทบะหาคนที่เป็นสีขาวหรือสีดำไปหมดเลยได้ยาก ฝั่งวิชเชอร์เองก็ไม่ได้เป็นคนดีอะไรนักหนา พวกเขาก็ทำสิ่งต่างๆเพื่อความอยู่รอดของตนเอง ถึงขั้นลงมือทำบางเรื่องที่เป็นการทำลายชีวิตของบางเผ่าพันธุ์ แต่กลุ่มอื่นๆก็ไม่ได้ดีกว่ากันไม่ว่าจะเป็นพวกแม่มด เอล์ฟ และฝ่ายมนุษย์ เรียกว่าทุกฝ่ายล้วนต่อสู้เพื่อความอยู่รอดและผลประโยชน์ของตนเอง โดยมีเรื่องของศีลธรรมอยู่ด้านหลัง แต่ตัวเรื่องก็ไม่ได้เอาแต่ดาร์ค มืดมนสุดกู่เสมอไป เพราะในความมืดมิดก็ยังมีแสงสว่างและความดีงามแฝงอยู่เหมือนกัน ซึ่งเรื่องนี้จะถูกนำเสนอผ่านตัวของเวเซเมียร์ที่จะมีพัฒนาการในเรื่องตามลำดับ

สุรปภาพรวมแล้ว นี่เป็นหนึ่งในสุดยอดอนิเมชั่นของ Netflix ที่ต่อให้ไม่ใช่แฟนวิชเชอร์ก็ไม่ควรพลาด เป็นการสร้างมาตรฐานที่สูงเลยทีเดียวสำหรับงานอนิเมชั่นของตะวันตกครับ